ต้อกระจก
![]() |
![]() |
![]() |
ต้อ กระจก เป็นภาวะที่ใช้เรียกเลนส์ตาที่มีความขุ่นเกิดขึ้น อาจมีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีน้ำตาล ทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลงภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ชัดเจน เกิดอาการที่เรียกว่าตามัว
อาการของต้อกระจก
แรก เริ่มสายตาจะมัวลงช้า ๆ ตามัวเหมือนมีหมอกมาบัง และเริ่มรบกวนการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ จะลำบากขึ้น แต่ไม่มีอาการปวดตา อาการตามัวจะเป็นมากขึ้น ถ้าใช้สายตาในที่มีแสงแดดจัด ช่วงที่มีแสงสว่างน้อย หรือสลัวจะเห็นได้ชัดเจนกว่า และในบางรายเมื่อมองแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมาในตอนกลางคืน จะเกิดตาพร่ามัวหรือภาพซ้อน ถ้าปล่อยไว้นานอาการตามัวจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจถึงขั้นมองเห็นเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว
ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเหมาะสมในระยะเวลา ที่สมควรอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลาม กลายเป็นต้อหินเฉียบพลัน หรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในที่สุด
สาเหตุของการเกิดต้อกระจก
แรก เริ่มสายตาจะมัวลงช้า ๆ ตามัวเหมือนมีหมอกมาบัง และเริ่มรบกวนการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ จะลำบากขึ้น แต่ไม่มีอาการปวดตา อาการตามัวจะเป็นมากขึ้น ถ้าใช้สายตาในที่มีแสงแดดจัด ช่วงที่มีแสงสว่างน้อย หรือสลัวจะเห็นได้ชัดเจนกว่า และในบางรายเมื่อมองแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมาในตอนกลางคืน จะเกิดตาพร่ามัวหรือภาพซ้อน ถ้าปล่อยไว้นานอาการตามัวจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจถึงขั้นมองเห็นเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว
ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเหมาะสมในระยะเวลา ที่สมควรอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลาม กลายเป็นต้อหินเฉียบพลัน หรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในที่สุด
สาเหตุของการเกิดต้อกระจก
| - ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากการเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย พบในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป |
| - จากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของน้ำตาลบางชนิด (กาแลคโตส) |
| - เด็กเกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัส เช่น หัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก หรือมารดารับประทานยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์์ |
| - ได้รับอุบัติเหตุเกิดการกระทบกระแทกแรงๆ บริเวณศรีษะ ใบหน้า ตา เช่น ถูกไม้ฟาด ถูกของมีคมทิ่ม หรือเศษโลหะกระเด็นเข้าตา เป็นต้น |
| - จากโรคตาบางชนิด เช่น โรคจอประสาทตา โรคต้อหิน หรือการอักเสบเป็นแผลของกระจกตาเป็นต้น |
| - โรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวานหรือผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ |
ข้อดีของการผ่าตัดต้อกระจก
| - มีเลนส์ให้เลือกทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ที่สามารถปรับระยะใกล้ไกลได้เพื่อระดับการมองเห็นที่หลากหลาย |
| - มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก |
| - เลนส์มีขนาดเล็ก พับได้ สอดเข้าไปภายในตาได้ง่าย |
| - แผลในการผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล |
| - ไม่ทำให้เนื้อเยื่อกระจกตาเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ |
| - สามารถรักษาร่วมกับการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีอื่นๆ ได้ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
แผลขนาดเล็ก
3-3.2 มิลลิเมตร |
สลายต้อกระจก
ด้วยอัลตร้าซาวด์ |
เลนส์แบบพับได้
|
เลนส์คืนตัวสู่สภาพเดิม
|
นอกเหนือไปจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และผลสำเร็จของการรักษาแล้ว ทีมจักษุแพทย์ TRSC
เลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
และมีคุณภาพสูงเทียบเท่าต่างประเทศ
มาใช้ในการรักษาเพื่อให้คนไข้สามารถกลับมามองเห็นได้ดีที่สุด
| - เครื่องสลายต้อกระจกด้วยอัลตร้าซาวด์ (Phacoemulsification) ที่ TRSC ใช้ในการรักษา มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา | ||||
- เลนส์แก้วตาเทียมที่ TRSC ใช้ เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับได้ ผลิตจากวัสดุอะคริลิค (Acrylic)
ทั้งตัวเลนส์และขาเลนส์เป็นชิ้นเดียวกัน จึงมีความแข็งแรง
และมีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเข้ากับถุงหุ้มเลนส์ของผู้ป่วยได้ดี
ลดการกระจายแสง ที่ TRSC มีเลนส์แก้วตาเทียมให้เลือกตามความเหมาะสม 3 ชนิดได้แก่
|
||||
| - วัสดุอุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง(Custom Pak) ใช้เฉพาะคนไข้แต่ละราย จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด | ||||
| - น้ำยาในการผ่าตัด เป็นชนิดใกล้เคียงที่สุดกับน้ำหล่อเลี้ยงในตา (Aqueous Humor) มากที่สุด จึงช่วยคงสภาพความสมบูรณ์ของเซลล์กระจกตาได้ดี เพิ่มโอกาสการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น |
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)








0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น