แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเภทการรักษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเภทการรักษา แสดงบทความทั้งหมด

การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี LASIK



การรักษาด้วยวิธีเลสิค 
เลสิค มีประวัติความเป็นมาเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 Dr. Barraquer เป็นผู้แรกที่คิดค้นเครื่องมือแยกชั้นกระจกตาเพื่อรักษาภาวะสายตาสั้น และสายตายาว โดยการทำผ่าตัดแยกชั้นกระจกตา นำชั้นกระจกตาที่แยกได้ไปฝน แล้วนำมาเย็บกลับเข้าที่เดิม เป็นการผ่าตัดที่เรียกว่า Keratomileusis ซึ่งในขณะนั้น เครื่องมือมีความซับซ้อนมาก ผลการรักษาก็ยังไม่แม่นยำเท่าที่ควร สำหรับในประเทศไทย ทีมจักษุแพทย์ของ TRSC International LASIK Center เป็นกลุ่มผู้บุกเบิกการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิค ในประเทศไทย นำโดย นายแพทย์ เอกเทศ ชันซื่อ ซึ่งเป็นจักษุแพทย์ไทยคนแรกที่ทำการรักษาด้วยวิธีเลสิค เริ่มทำการรักษาวิธีเลสิคครั้งแรกที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในปี พ.ศ. 2537

เลสิค ( LASIK : Laser In-Situ Keratomileusis)


เลสิค เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ) แบบถาวร โดยใช้เครื่องแยกชั้นกระจกตา Microkeratome แยกชั้นกระจกตาให้มีความหนาประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของกระจกตาทั้งหมดแล้วใช้ Excimer Laser ขัดเนื้อกระจกตาชั้นกลาง เพื่อเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาโดยรวมแล้วจึงปิดผิวกระจกตาเข้าที่เดิม

การเตรียมตัวก่อนมารับการรักษาเลสิค

หากท่านคิดว่าเลสิคอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดการพึ่งพาแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ของท่าน TRSC ขอแนะนำให้ท่านเข้ารับการตรวจประเมินสภาพตาโดยละเอียดเพื่อรักษาเลสิค ซึ่งมีความสำคัญ สองประการ คือ ประการแรก เพื่อพิจารณาว่าท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการรักษาเลสิคหรือไม่ ประการที่สอง เพื่อพิจารณาว่าดวงตาของท่านมีสุขภาพตาสมบูรณ์ มีโรคใดๆ หรือไม่ ทั้งนี้ก่อนทำการรักษาเลสิค สำหรับท่านที่ใส่คอนแทนเลนส์ ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 3 วันก่อนตรวจ สำหรับท่านที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens) ควรงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วันก่อนตรวจ ทั้งนี้ คนไข้สามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี เลสิค

1. เลสิค เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร
2. ใช้เวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นสั้น แผลหายเร็ว
3. สามารถมองเห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด แต่อาจจะยังไม่คมชัดเต็มที่ในวันแรก
4. ไม่ต้องฉีดยาชา เพียงแต่ใช้ยาชาหยอดตา และไม่มีการเย็บแผล
5. กลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่่าตัด

เลสิคกับการเพิ่มคุณภาพชีวิต

1. เลสิคเปิดอิสระแห่งการมองเห็น ลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์
2. เลสิคเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพบางอาชีพ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส ทหาร ตำรวจ เป็นต้น
3. เลสิคเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแว่นหรือคอนแทคเลนส์
4. เลสิคเพิ่มความคล่องตัวในการประกอบกิจกรรม งานอดิเรกหรือกีฬา โดยเฉพาะกีฬา ทางน้ำ และกีฬากลางแจ้ง
5. เลสิคเสริมสร้างบุคลิกภาพ

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยวิธีเลสิค

1. มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และมีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี
2. ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย ตาแห้งอย่างรุนแรง และโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม หรือโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE ,โรค Sjogren's หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการขาดภูมิคุ้มกัน
3. ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
4. มีความเข้าใจถึงการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิคอย่างละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง

หมายเหตุ : เลสิค เป็น วิธีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิดและสายตาเอียง ผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุสามารถรักษาได้ด้วยวิธี Near Vision LASIK หรือ NV LASIK

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.lasikthai.com/th/treatment/lasik/default.php

การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี FemtoLASIK


Femtosecond LASIK นวัตกรรมใหม่ในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ
 
Carl Zeiss FemtoLASIK คืออะไร

Femtosecond LASIK คือ การผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีเลสิค ที่มีความแตกต่างจากการรักษาเลสิคแบบเดิม คือ ในขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาจะใช้แสงเลเซอร์แทนการใช้ใบมีด (Bladeless LASIK) ด้วยเครื่อง Femtosecond Laser รุ่น VisuMax ของ Carl Zeiss ซึ่ง เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้แยกชั้นกระจกตาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เลเซอร์สามารถ Focus ลงไปใต้ผิวกระจกตาด้วยความแม่นยำสูง โดยเลเซอร์จะสแกนไปตามความโค้งของกระจกตา มีการสัมผัสผิวกระจกตาอย่างอ่อนโยน นอกจากผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกสบายตาในระหว่างการผ่าตัดแล้วการใช้ VisuMax Femtosecond Laser ยังสามารถ ลดความคลาดเคลื่อนการแยกชั้นกระจกตา ลดปัญหาผิวกระจกตาถลอก กระจกตาที่แยกได้มีความเรียบ ใช้เวลาในการรักษาน้อย กระจกตาสมานตัวเร็ว การพักฟื้นสั้น ทำให้คุณภาพการมองเห็นหลังการรักษากลับมาเต็มประสิทธิภาพเร็ว

ทำไม TRSC จึงเลือก Carl Zeiss Visumax Femtosecond Laser
ในปัจจุบัน Femtosecond Laser ที่ใช้ในการแยกชั้นกระจกตา ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีผลการรักษาเป็นที่ยอมรับว่าให้ผลการรักษาที่มีประภาพสูง ซึ่งในปัจจุบันมี Femtosecond Laser ที่ผลิต และใช้งาน 3 เครื่องด้วยกัน คือ Intralase จากประเทศอเมริกา, LDV ของบริษัท Ziemer จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ Carl Zeiss VisuMax จากประเทศเยอรมันนี

แพทย์ของ TRCS ได้มีการศึกษาการทำงานของเครื่อง Femtosecond Laser ชนิดต่าง ๆ ที่ได้ผลิตขึ้นมา เพื่อใช้ในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติให้กับผู้มีปัญหาสายตา จนมีความมั่นใจว่า การใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการใช้ใบมีดในการแยกชั้นกระจกตา อีกทั้งทีมจักษุแพทย์ของ TRSC มีประสบการณ์ในการใช้เครื่อง Femtosecond Laser มาแล้วทุกเครื่อง และได้ติดตามผลการรักษามาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า เครื่อง Carl Zeiss VisuMax Femtosecond Laser เป็น Femtosecond Laser ที่ได้รับการพัฒนามาจนถึงขีดสุดของเทคโนโลยี และเป็นเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่สูงกว่า Femtosecond Laser อื่น ๆ



Carl Zeiss VisuMax Femtosecond Laser เทคโนโลยีแห่งอนาคตในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ

Carl Zeiss Meditec  บริษัทชั้นนำในการผลิตเทคโนโลยีอันทันสมัยทางด้านการรักษาสายตาผิดปกติ
ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปี 


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี ReLEx คืนการมองเห็นที่ชัดใสให้ดวงตา ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก


             ReLEx เป็นเทคโนโลยีในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติล่าสุด ที่คืนการมองเห็นที่ชัดใสให้ดวงตา ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก ReLEx ( Refractive Lenticule Extraction )

             เป็นการรักษาภาวะสายตาสั้น และเอียง โดยการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์ แผลมีขนาดเล็ก 2-5 mm. เบาสบายตาในขณะผ่าตัด มีการรบกวนกระจกตาน้อย กระจกตาหลังการผ่าตัดมีความแข็งแรง ผลข้างเคียงน้อย และมีความแม่นยำสูงในการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ เป็นการผ่าตัดที่พัฒนาต่อจากการผ่าตัดเลสิค เพื่อให้มีความสามารถในการรักษามากขึ้น โดยใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาเป็นเลนส์ในเนื้อกระจกตา และนำเลนส์นั้นออกผ่านแผลเล็ก เพื่อปรับความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม โดยมีหลักการเดียวกันกับการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิค

ผลดีของการรักษาด้วยวิธี ReLEx

- ไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างผ่าตัด เพราะไม่มีการกดทับกระจกตาของเครื่องมือในขั้นตอนการผ่าตัด                                                       
- กระจกตาหลังการรักษามีความแข็งแรง เพราะเป็นการผ่าตัดที่รบกวนกระจกตาน้อยที่สุด แผลมีขนาดเล็ก (Minimally Invasive Refractive Surgery)
- ความโค้งกระจกตาหลังการรักษามีรูปร่างดี ลดโอกาสการเกิดปัญหาการมองเห็นในที่แสงน้อย

- มีความแม่นยำสูง สามารถกำหนดตำแหน่งการปรับความโค้งกระจกตาได้ตามต้องการ                                                                     - สามารถแก้ไขภาวะสายตาสั้น / เอียง ได้ตั้งแต่ 1.00 ถึง 13.00 Diopter                                                                                                  - ลดโอกาสการเกิดภาวะถดถอยของสายตาหลังการผ่าตัดในระยะยาว
- ลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ หลังการรักษาได้ดีขึ้น
- ลดอาการตาแห้งได้ เพราะมีการรบกวนเส้นประสาทของกระจกตาน้อย

ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธี ReLEx



  • มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี และอายุสูงสุดไม่เกิน 65 ปี

    กรณีผู้เข้ารับการรักษาอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันตรวจ และวันผ่าตัด
    - กรุณานำผู้ปกครองตามกฏหมายมาเข้ารับฟังข้อมูลด้านการรักษาในวันตรวจ
    - ในวันผ่าตัดผู้ปกครองตามกฏหมายลงนามในเอกสารแสดงความจำนงและยินยอมเข้ารับการผ่าตัด
      (TRSC สามารถปฏิเสธการรักษา หากไม่มีผู้ปกครองตามกฏหมายมาด้วย)

  • ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย ตาแห้งอย่างรุนแรง และโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม

  • ไม่มีโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE, โรค Sjogren's syndrome, โรคสะเก็ดเงิน, โรคภูมิคุ้มกันเกินอื่นๆ รวมทั้งเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี






  • การหยุดยาบางประเภท
    - ยารักษาสิวชนิดรับประทานในกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutane, Acnotin, Isotret ต้องหยุดยาก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา และก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 เดือนเต็ม เนื่องจากยาชนิดนี้ ส่งผลให้เยื่อบุต่างๆ แห้งกว่าปกติ รวมถึงผิวกระจกตาด้วย

    - หากใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ใดอยู่ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบในวันตรวจ เช่น เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน, ยาธัยรอยด์ และยานอนหลับทุกชนิด แต่ท่านยังคงใช้ยาได้ตามปกติ ไม่ต้องหยุดยาใดๆ ในวันตรวจ



  • สตรีไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หากวางแผนตั้งครรภ์ต้องหลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 เดือน

  • สตรีหลังคลอดบุตรรอบเดือนต้องมาอย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกัน

  • ไม่ได้อยู่ระหว่างการใช้ยาในการรักษาอาการทางจิตเวช

  • ผ่านการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยจักษุแพทย์ของ TRSC ผู้จะทำการผ่าตัด ว่าสุขภาพตาสมบูรณ์แข็งแรง สามารถเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย

  • มีความเข้าใจถึงการผ่าตัดด้วย ReLEx อย่างละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง

  • ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธี ReLEx


    1. ผู้เข้ารับการรักษาหยอดยาชา และนอนราบบนเตียงผ่าตัด VisuMax Femtosecond Laser

    2. แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาชั้นกลางให้เป็น Lenticule

    3. แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเปิดแผลขนาดเล็ก 2-5 mm เพื่อใช้เครื่องมือพิเศษนำเอา Lenticule นั้นออกมา

    4. ผิวกระจกตาจะสามารถสมานตัวได้เองภายในประมาณ 3 ชั่วโมง

    5. หลังจากนั้นตาที่ได้รับการผ่าตัด จะถูกครอบด้วยฝาครอบตาพลาสติก ซึ่งมีช่องเล็กๆ สามารถมองลอดผ่านได้ไว้ 1 คืน เพื่อป้องกันการขยี้ตา และผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับบ้านได้ัทันที 





    ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เพื่อรับสิทธิพิเศษ http://www.lasikthai.com/th/pr/ReLEx-Facebook.php

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.lasikthai.com/th/treatment/ReLEx/default.php

    การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี PRK (Photorefractive Keratectomy)


    ในคนไข้บางรายที่แพทย์พิจารณาแล้ว สรุปว่าสามารถทำผ่าตัดรักษาสายตาได้โดยที่ไม่มีข้อห้าม แต่มีภาวะบางอย่างซึ่งไม่เหมาะสมกับการผ่าตัดด้วยวิธีเลสิค (LASIK) แพทย์อาจจะเสนอการผ่าตัดด้วยวิธี PRK แทน



    PRK คืออะไร

             PRK เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) แบบถาวรวิธีหนึ่ง โดยการลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุด (ที่เรียกว่า Epithelium) ของกระจกตาออกก่อน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายผิวถลอก แล้วใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง วิธีนี้เป็นวิธีที่มีมาก่อนเลสิค หลายสิบปี และยังใช้จนถึงปัจจุบัน
              
            จะทำ PRK ในกรณีใด แพทย์จะพิจารณาทำ PRK ในคนไข้ที่ สายตาสั้น และเอียงไม่เกิน 800 แต่กระจกตาบาง
         - มีประวัติกระจกตาถลอกง่าย หรือมี Recurrent Erosion
         - มีภาวะตาแห้งกว่าปกติและรักษายาก
         - เหตุผลทางอาชีพ เช่น สอบเป็นนักบิน
         - ผู้ที่เป็นโรคต้อหินในบางราย ซึ่งแพทย์เฉพาะทางต้อหินพิจารณาแล้วว่าสามารถรักษาสายตาผิดปกติได้
         - ผู้ที่มีความโค้งกระจกตาผิดรูปไม่เหมาะที่จะแยกชั้นกระจกตา

    ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี PRK เป็น
         - การรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร
         - มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย
         - สามารถมองเห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด แต่อาจจะยังไม่คมชัดเต็มที่ในวันแรก
         - ไม่ต้องฉีดยาชา เพียงแต่ใช้ยาชาหยอดตา และไม่มีการเย็บแผล
         - กลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่่าตัด

    PRKกับการเพิ่มคุณภาพชีวิต
         - PRK เปิดอิสระแห่งการมองเห็น ลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์
         - PRK เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพบางอาชีพ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส ทหาร ตำรวจ เป็นต้น
         - PRK เพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับแว่นหรือคอนแทคเลนส์
         - PRK เพิ่มความคล่องตัวในการประกอบกิจกรรม งานอดิเรกหรือกีฬา โดยเฉพาะกีฬา ทางน้ำ และกีฬากลางแจ้ง
         - PRK เสริมสร้างบุคลิกภาพ

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.lasikthai.com/th/treatment/prk/default.php

    การรักษาสายตายาวตามอายุ NV LASIK (Near Vision LASIK)


               ถ้าท่านเคยมีสายตาที่ดีมองเห็นได้ทั้งใกล้และไกล แต่ตอนนี้เริ่มพบว่าการอ่านหนังสือเป็นสิ่งยากลำบาก ท่านจะทำอย่างไร เวลาที่มีใครโทรมา ท่านต้องคอยมองหาแว่นเพื่อใช้ดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือของท่านว่าเป็นใครเสมอใช่ไหม แล้วท่านอ่านเมนูอาหารในร้านอาหารได้ไหม ท่านเคยไปซื้อของแต่ลืมเอาแว่นสายตาไปด้วยไหม แล้วสุดท้ายก็ต้องขอความช่วยเหลือให้คนอื่นช่วยดูราคาให้ ถ้าคำตอบคือใช่ ท่านโชคดีแล้ว เพราะ NV LASIK เป็นคำตอบสำหรับท่าน



    Near Vision LASIK หรือ NV LASIK ทางออกสำหรับผู้มีปัญหาสายตายาวตามอายุ

                คนที่มีอายุย่างเข้า 38 ปี ส่วนใหญ่จะพบว่า การอ่านหนังสือ หรือมองสิ่งต่างๆ ในระยะใกล้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่เคยเป็น การใช้สายตาเพ่งมองใกล้ กลายเป็นความยากลำบาก จนเมื่ออายุ 38 - 40 ปีขึ้นไป ยิ่งรู้สึกว่าการอ่านตัวหนังสือ อาทิ เมนูอาหาร ป้ายราคาสินค้า โดยไม่มีแว่นอ่านหนังสือช่วย แทบจะเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการ NV LASIK ทางเลือกใหม่สำหรับผู้มีปัญหาสายตายาวตามอายุ ช่วยลดการพึ่งพาแว่นสายตา ทำให้มองเห็นได้ดีทั้งใกล้และไกล

                NV LASIK เป็นนวัตกรรมล่าสุดของการรักษาสายตายาวตามอายุด้วยวิธีเลสิค (LASIK) ซึ่ง TRSC เป็นศูนย์เลสิคแห่งแรกในประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการรักษา และได้รับผลสำเร็จ เป็นที่น่าพอใจ NV LASIK แตกต่างจากการรักษาเลสิค (LASIK) ทั่วไป โดยจะทำการรักษาสายตาเพียงข้างเดียว ให้เกิดภาวะสายตาสั้นเล็กน้อย เพื่อใช้ในการมองใกล้

                NV LASIK เป็นการรักษาสายตายาวตามอายุแบบถาวร ทำให้ผู้รับการรักษา สามารถอ่านหนังสือ หรือ มองสิ่งของใกล้ๆ โดยไม่ต้องพกพาแว่นอ่านหนังสือติดตัวอยู่ทุกที่ทุกเวลา เช่น การอ่านเมนูอาหาร ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแต่คุณภาพการมองไกลอาจลดลงไปบ้างในเวลากลางคืน หรือ ในที่ที่มีแสงสว่างน้อย

                จากประสบการณ์ และผลสำเร็จของการรักษาวิธีเลสิค (LASIK) กับคนไข้จำนวนนับหมื่นตา ทำให้ TRSC เชื่อมั่นว่า การแก้ไขปัญหาสายตายาวตามอายุด้วยวิธีเลสิค (LASIK) เป็นวิธีที่ทันสมัย ปลอดภัย และแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน

    คุณสมบัติของผู้รับการรักษาด้วย NV LASIK

              - มีอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป
              - กำลังประสบปัญหา หรือ ความไม่สะดวกกับการอ่านหนังสือ
              - สุขภาพแข็งแรง และไม่มีโรคทางตาต่างๆ
              - มีความรู้ และความเข้าใจ ที่ถูกต้องถึงข้อดีและข้อจำกัดของ NV LASIK

    ความจริงบางประการเกี่ยวกับ NV LASIK ที่ TRSC
              -NV LASIK เป็นการรักษาด้วยวิธีเลสิคสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุที่ทันสมัยที่สุด และ TRSC เป็นศูนย์เลสิค (LASIK) แห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ซึ่งผลการรักษานั้นประสบความสำเร็จและเป็นที่น่าพอใจ
              -จากการศึกษาล่าสุดของ TRSC พบว่า 98.4% ของคนไข้ที่ได้รับการรักาด้วยวิธี NV LASIK มีความสุขและพอใจที่ไม่ต้องใช้แว่น การสำรวจมีการสอบถามเรื่องการใช้สายตา เช่น การอ่านหนังสือพิมพ์ รายการอาหาร ป้ายราคาสินค้า การใช้คอมพิวเตอร์ และการขับรถ เป็นต้น
              -NV LASIK เป็นการรักษาแบบถาวรซึ่งช่วยลดการพึ่งพาแว่นสายตา ผู้รับการรักษาสามารถอ่านหนังสือหรือทำงานที่ต้องใช้สายตาโดยไม่ต้องพึ่งแว่นสายตา
              -TRSC ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านเลสิคด้วยประสบการณ์ และผลการรักษา TRSC ได้มีการรักษาด้วยวิธีเลสิค (LASIK) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก

                จากการศึกษาล่าสุดของ TRSC แสดงให้เห็นถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ของคนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธี NV LASIK แล้วไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแว่นในการทำกิจกรรมต่างๆ ดังนี้


    กิจกรรม
    TRSC NV LASIK 2006
    การเย็บผ้าหรืองานฝีมือ
    84.60%
    การอ่านหนังสือพิมพ์
    100.00%
    การอ่านรายการอาหาร
    100.00%
    การใช้โทรศัพท์มือถือ
    100.00%
    การเล่นหมากกระดาน
    100.00%
    การใช้คอมพิวเตอร์
    100.00%
    การใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา
    100.00%
    การดูโทรทัศน์
    100.00%
    การชมภาพยนตร์
    100.00%
    การเล่นกีฬา เช่น กอล์ฟ และ เทนนิส
    100.00%
    การขับรถในเวลากลางวัน
    100.00%
    การขับรถในเวลากลางคืน
    94.10%


    ** TRSC Clinical Research

                ท่านสามารถนัดเข้ามาตรวจ NV LASIK ScreenTM Program เพื่อตัดสินใจว่าท่านเหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธี NV LASIK หรือไม่

    NV LASIKScreenTM Program ประกอบด้วย

      1. การวัดค่าสายตา
      2. การจำลองการมองเห็นแบบ NV LASIK โดยใช้แว่นและคอนแทคเลนส์
      3. การเข้ารับการปรึกษากับที่ปรึกษาคนไข้

    *** สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองเวลานัดหมาย กรุณาติดต่อ TRSC Call Center 02 733 2020

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.lasikthai.com/th/treatment/nv_lasik/default.php


    การใส่เลนส์เสริม (Phakic Intraocular Lens หรือ Phakic IOL)




    เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) แบบถาวร โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็ก 3 - 3.5 มิลลิเมตร ผ่านกระจกตาเพื่อนำเลนส์ (มีลักษณะพับได้) ใส่เข้าไป แผลนี้จะสมานตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล เลนส์ที่ถูกสอดเข้าไปในตา จะค่อย ๆ คลี่ตัวออกและถูกวางไว้บริเวณหลังม่านตา และอยู่ด้านหน้าเลนส์แก้วตา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การผ่าตัดใส่เลนส์ Phakic IOL มีความเสี่ยงต่ำมาก คนไข้จะได้รับยาชาเฉพาะที่ เพื่อลดอาการไม่สบายตาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผ่าตัด การผ่าตัดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นคนไข้สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้



     คุณสมบัติของเลนส์เสริม
    Phakic Intraocular Lens หรือ Phakic IOL คือ เลนส์ชนิดพิเศษที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ ต่างกันตรงที่ Phakic IOL ถูกนำไปใส่ไว้ในตาแบบถาวร โดยที่ไม่ได้นำเลนส์ธรรมชาติออกจากตา Phakic Intraocular Lens ที่ทีมแพทย์ TRSC เลือกใช้ให้กับคนไข้คือ Implantable Collamer Lens หรือ ICL



    TRSC เลือกใช้เลนส์ ICL ของบริษัท STAAR Surgical เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นที่ยอมรับและผ่านการทดสอบมาแล้วทั่วโลก ซึ่งบริษัท STAAR Surgical เป็นบริษัทที่คิดค้นคว้าพัฒนา และผลิต ICL (Implantable Contact Lens) ภายใต้ชื่อการค้า Visian ICL. Visian TICL ได้รับการยอมรับ และไว้วางใจจากจักษุแพทย์ทั่วโลก ซึ่ง ICL ได้ถูกนำไปใส่ในดวงตาแล้วมากกว่า 60,000 ตาทั่วโลก เมื่อเร็วๆ นี้ ทางองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการรับรองคุณภาพ Visian ICL ให้ผ่านตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ (US FDA Approval) นอกจากนี้ Visian ICL ยังได้รับการรับรองคุณภาพ (CE Mark) จากประเทศฝั่งยุโรปอีกด้วย จึงทำให้ Visian ICL สามารถจัดจำหน่ายได้ถึง 41 ประเทศ ผลการรักษาจากการใส่ ICL นั้นมีความแม่นยำสูง และยังใช้ได้ดีกับผู้ที่มีข้อจำกัดในการแก้ไขโดยวิธี LASIK (มีค่าสายตาผิดปกติมาก, ภาวะกระจกตาบาง, ภาวะโรคตาแห้งมาก เป็นต้น)

    วัสดุที่ใช้ในการผลิต ICL นั้นมีคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัว วัสดุี่ที่ใช้ในการผลิต ICL มีชื่ือทางการค้าว่า คอลลาเมอร์ (Collamer) ซึ่งวัสดุนี้เป็นส่วนประกอบของสารที่ชื่อ คอลลาเจน (Collagen)และโคโพลีเมอร์ (Copolymer) จากคุณสมบัติของคอลลาเมอร์นี้ จึงทำให้ ICL มีคุณสมบัติเด่นเฉพาะตัวคือ มีความสามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกายโดยไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านเมื่อใส่ ICL เข้าไปในดวงตา นั่นคือ ร่างกายยอมรับว่าคอลลาเมอร์ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม คุณสมบัติเด่นอีกประการของคอลลาเมอร์ คือ ความคมชัดในการมองเห็น

    ผู้ที่เหมาะสมกับการใส่เลนส์เสริม Phakic IOL

                  Phakic IOL เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธี LASIK / PRK จักษุแพทย์ผู้ทำการรักษา
    จะพิจารณาใส่เลนส์เสริมให้กับคนไข้ที่มีคุณลักษณะ ดังนี้
    - มีภาวะสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงมาก
    - กระจกตาบาง
    - มีอาการตาแห้งอย่างรุนแรง
    - อายุระหว่าง 21 - 45 ปี
    - มีความลึกของช่องด้านหน้าลูกตาอย่างน้อย 3 มิลลิเมตรขึ้นไป
    - ไม่เป็นต้อกระจก
    - มีความเข้าใจถึงการผ่าตัดด้วยวิธีใส่เลนส์ Phakic IOL อย่างละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง

    ข้อดีของการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม Phakic IOL
    - ใช้รักษาผู้มีปัญหาสายตาที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี เลสิค (LASIK) /PRK
    - มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก
    - ตัวเลนส์ผลิตจาก Collamer ซึ่งเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษเข้ากันได้ดีกับตาของผู้รับการรักษา
    - เลนส์มีขนาดเล็ก พับได้ สอดเข้าไปภายในตาได้ง่าย
    - แผลในการผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล
    - ไม่ทำให้เนื้อเยื่อกระจกตาเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
    - เลนส์แก้วตาธรรมชาติคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    - สามารถรักษาร่วมกับการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีอื่น ๆ ได้
    - หากมีเหตุจำเป็น สามารถผ่าตัดนำเลนส์ออกหรือเปลี่ยนใหม่ได้


    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
     http://www.lasikthai.com/th/treatment/icl/default.php

    ต้อกระจก (Cataract)



    ต้อกระจก เป็นภาวะที่ใช้เรียกเลนส์ตาที่มีความขุ่นเกิดขึ้น อาจมีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีน้ำตาล ทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลงภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ชัดเจน เกิดอาการที่เรียกว่าตามัว

    อาการของต้อกระจก
                แรกเริ่มสายตาจะมัวลงช้า ๆ ตามัวเหมือนมีหมอกมาบัง และเริ่มรบกวนการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ จะลำบากขึ้น แต่ไม่มีอาการปวดตา อาการตามัวจะเป็นมากขึ้น ถ้าใช้สายตาในที่มีแสงแดดจัด ช่วงที่มีแสงสว่างน้อย หรือสลัวจะเห็นได้ชัดเจนกว่า และในบางรายเมื่อมองแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมาในตอนกลางคืน จะเกิดตาพร่ามัวหรือภาพซ้อน ถ้าปล่อยไว้นานอาการตามัวจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจถึงขั้นมองเห็นเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว

                ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่สมควรอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลาม กลายเป็นต้อหินเฉียบพลัน หรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในที่สุด

    สาเหตุของการเกิดต้อกระจก
        -  ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากการเสื่อมของเลนส์ตาตามวัย พบในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
        -  จากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นความผิดปกติของน้ำตาลบางชนิด (กาแลคโตส)
        -  เด็กเกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัส เช่น หัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก หรือมารดารับประทานยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์์
        -  ได้รับอุบัติเหตุเกิดการกระทบกระแทกแรงๆ บริเวณศรีษะ ใบหน้า ตา เช่น ถูกไม้ฟาด ถูกของมีคมทิ่ม หรือเศษโลหะกระเด็นเข้าตา เป็นต้น
        -  จากโรคตาบางชนิด เช่น โรคจอประสาทตา โรคต้อหิน หรือการอักเสบเป็นแผลของกระจกตาเป็นต้น
        -  โรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เป็นต้อกระจกได้เร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวานหรือผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ

    ข้อดีของการผ่าตัดต้อกระจก
        -  มีเลนส์ให้เลือกทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ที่สามารถปรับระยะใกล้ไกลได้เพื่อระดับการมองเห็นที่หลากหลาย
        -  มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก
        -  เลนส์มีขนาดเล็ก พับได้ สอดเข้าไปภายในตาได้ง่าย
        -  แผลในการผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล
        -  ไม่ทำให้เนื้อเยื่อกระจกตาเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
        -  สามารถรักษาร่วมกับการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธีอื่นๆ ได้


    การผ่าตัดต้อกระจกที่ TRSC
          นอกเหนือไปจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และผลสำเร็จของการรักษาแล้ว ทีมจักษุแพทย์ TRSC เลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และมีคุณภาพสูงเทียบเท่าต่างประเทศ มาใช้ในการรักษาเพื่อให้คนไข้สามารถกลับมามองเห็นได้ดีที่สุด
        -  เครื่องสลายต้อกระจกด้วยอัลตร้าซาวด์ (Phacoemulsification) ที่ TRSC ใช้ในการรักษา มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา
        -  เลนส์แก้วตาเทียมที่ TRSC ใช้ เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพับได้ ผลิตจากวัสดุอะคริลิค (Acrylic) ทั้งตัวเลนส์และขาเลนส์เป็นชิ้นเดียวกัน จึงมีความแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเข้ากับถุงหุ้มเลนส์ของผู้ป่วยได้ดี ลดการกระจายแสง ที่ TRSC มีเลนส์แก้วตาเทียมให้เลือกตามความเหมาะสม 3 ชนิดได้แก่

    1. เลนส์แก้วตาเทียมชนิดมาตรฐาน (Standard IOL) ถือเป็นต้นแบบของเลนส์แก้วตาเทียม ลักษณะของเลนส์เป็นสีใส สามารถกรองแสงอุลตร้าไวโอเลตได้ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ตามปกติ โดยจะมองเห็นระยะไกลได้ดี
    2. เลนส์แก้วตาเทียมชนิดเพิ่มความคมชัดและกรองแสงสีฟ้า (Aspheric IOL) พัฒนาจากเลนส์แก้วตาเทียมชนิดมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยี Wavefront ในการวิเคราะห์และออกแบบ ทำให้ความโค้งของผิวเลนส์ทางด้านหลังเป็น Aspheric ส่งผลให้ภาพตกลงบนจอประสาทตาที่จุดเดียวกัน ช่วยให้การมองเห็นคมชัดขึ้น เลนส์แก้วตาเทียม AcrySof IQ มีสีเหลืองใสใกล้เคียงธรรมชาติ สามารถกรองแสงสีฟ้า ลดผลกระทบในระยะยาว จากการได้รับแสงสีฟ้า (ซึ่งมีอันตรายต่อจอประสาทตา) ที่เข้าสู่จอประสาทตา
    3. เลนส์แก้วตาเทียมสำหรับผู้มีปัญหาสายตายาวตามอายุ (Multifocal IOL) พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสายตาของผู้มีภาวะสายตายาวตามอายุ ใช้เทคโนโลยี Apodized diffractive ช่วยสร้างความสมดุลย์ของการโฟกัสภาพใกล้และภาพไกล ตามกิจกรรมที่ทำและตามสภาวะของแสง จึงสามารถมองเห็นได้ในทุกระยะใกล้ไปจนถึงไกล จากการศึกษาพบว่า 80% ของผู้ใช้เลนส์ชนิดนี้ สามารถทำกิจวัตรประจำวันอาทิ การอ่านหนังสือ ไปจนถึงการขับรถ มองวิวทิวทัศน์ โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตา

        -  วัสดุอุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Custom Pak) ใช้เฉพาะคนไข้แต่ละราย จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
        -  น้ำยาในการผ่าตัด เป็นชนิดใกล้เคียงที่สุดกับน้ำหล่อเลี้ยงในตา (Aqueous Humor) มากที่สุด จึงช่วยคงสภาพความสมบูรณ์ของเซลล์กระจกตาได้ดี เพิ่มโอกาสการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น


    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.lasikthai.com/th/treatment/cataract/default.php