แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chill out Tour แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chill out Tour แสดงบทความทั้งหมด

ไหว้พระ 9 วัดเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ 2556

สำหรับปีใหม่ 2556 ปีมะเส็งนี้ ใครที่อยากเสริมเป็นสิริมงคลแก่ตนเองการไหว้พระ 9 วัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ค่ะ และวันนี้ทาง Sanook! Horoscope ได้รวบรวมวัดทั้ง 9 รวมไปถึงวิธีการลักการะบูชา การเดินทาง มาไว้ให้ชาว Sanook! Horoscope ได้เตรียมให้พร้อมก่อนไปทำบุญสักการะไหว้พระ 9 วัดกันค่ะ



1. ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร (เวลาเปิด-ปิด 05.30 - 19.30 น.)
ไปสักการะ "เทพารักษ์ทั้ง 5" คือ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬไชยศรี, เจ้าพ่อเจตคุปต์, เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อ "ตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนาบารมี" ไหว้ เสาหลักเมืององค์จำลอง ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้าแพร 3 สี ดอกบัว และไหว้องค์จริงด้วยพวงมาลัย
สถานที่ตั้ง อยู่บริเวณหัวมุมสวนหลวง ข้างพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 503,508, 512


2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว(เวลาเปิด-ปิด 08.30 - 16.00 น.)
ไหว้พระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญในภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางความศรัทธาไทย - ลาว เพื่อความเป็นสิริมงคล"ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี" ด้วยธูป เทียน ดอกบัวคู่
สถานที่ตั้ง อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 53, 59, 64, 80, 82,91,201, 203 รถปรับอากาศ สาย 501, 503, 508, 512


3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
นมัสการพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ (ที่ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุก ลวดลายภาพมงคล 108 ประการ) เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดีตลอดปี" ด้วยธูป 9 ดอก เทียนแดงคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น
สถานที่ตั้ง หลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 43, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 123,รถปรับอากาศ สาย 501, 508


4. ศาลเจ้าพ่อเสือ (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไปสักการะ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่ทับทิม ฯลฯ เพื่อเสริม "อำนาจบารมี" ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ พวงมาลัย 1 พวง "ศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋า" หนึ่งในสามมหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล "เสริมอำนาจบารมี"
สถานที่ตั้ง ถนนตะนาว แขวงเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 19, 35, 42, 56, 96


5. วัดสุทัศน์เทพวราราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้พระองค์ประธาน (พระศรีศากยมุณี) ที่เก่าแก่ ซึ่งอดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป" ด้วยธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกบัวหรือพวงมาลัย
สถานที่ตั้ง บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 10, 12


6. วัดชนะสงคราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ต้องไปสักการะ "พระประธาน" ในพระอุโบสถ และ "สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)" ผู้นับถือความซื่อสัตย์ ด้วย ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก มีความเชื่อว่า "จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง" "ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"
สถานที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 3, 6, 9, 15, 30, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 82, 123 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 6, 509


7. วัดระฆังโฆษิตาราม (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระประธานที่วัดระฆัง อ่านคาถาชินบัญชร เพื่อความเป็นสิริมงคล"ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 3 แผ่น หมากพลู
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทาง สาย 19, 57, 83 ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟหรือท่าวังหลังก็ได้ หรือลงเรือข้ามฟากจากท่าช้างไปท่าวัดระฆัง


8. วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้พระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดอรุณ ชีวิตโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน" ต้องไปสักการะ "พระประธาน" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนคู่ และต้องไปเดินทักษิณาวัตรรอบ "พระปรางค์" อีก 3 รอบ เพื่อ "ชีวิตรุ่งโรจน์"
สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ 
การเดินทาง เดินทางโดยรถประจำทางสาย 19, 57, 83 ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าเตียนขึ้นที่ท่าวัดอรุณ


9. วัดกัลยาณมิตร หรือวัดซำปอกง (เวลาเปิด-ปิด 08.00 - 16.00 น.)
ไหว้หลวงพ่อซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) พระโตริมน้ำตามตำนาน กรุงศรีอยุธยา ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้หลวงพ่อซำปอกง โชคดีมีชัยปลอดภัยตลอดปี" ด้วยธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่
สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี 
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82 รถปรับอากาศ สาย ปอ. 7, 21, 82 (นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงเรียนศึกษานารี เข้ามาที่วัดเพราะรถ ประจำทางเข้าไม่ถึง) ทางเรือ ลงเรือข้ามฟากที่ท่าปากคลองตลาดขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำกัดมาก

การได้ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนั้นไม่จำเป็นต้องไปในวันพิเศษทางศาสนาเท่านั้น หากสามารถไปนมัสการได้ทุกเมื่อ ซึ่งการไปนมัสการนี้ ไม่เพียงจะก่อให้เกิดความสบายใจเท่านั้น หากยังเป็นกุศโลบายที่สร้างความเชื่อมั่นในการพาชีวิตก้าวเดินต่อไปในอนาคต ด้วยสัญญาใจที่ให้ไว้กับตัวเอง และถ้าไม่มุ่งมั่นในการโกย "มงคล" เกินไป เวลานั้นน่าจะเป็นเวลาทองที่ได้ซึมซับความสงบสุข ความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wikipedia
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

ลอยกระทงสร้างสรรค์ ต้องไม่ทำลาย

เมื่อถึงเทศกาลลอยกระทงทีไร หลายองค์กรต่างออกมาร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงข้อเสียต่างๆ ที่ล้วนสร้างความสูญเสียตลอดจนทำลายวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน ล่าสุดมีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง "ประเพณีลอยกระทงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" โดยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา พบว่า สิ่งที่ประชาชนไม่อยากให้เกิดขึ้นในวันลอยกระทงคือ การจุดประทัด พลุไฟ 29% การทะเลาะวิวาท 26% ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์มีถึง 23% รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ 19%
แล้วจะลอยกระทงอย่างไรให้สร้างสรรค์? คิดง่ายๆ เลยคือ "การสร้างสรรค์ คือการไม่ทำลาย" เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้การลอยกระทงครั้งนี้เกิดการทำลายน้อยที่สุด หรือถ้าไม่ทำลายเลยก็จะดีที่สุด ซึ่งหากมองย้อนกลับไป ภาพที่จดจำได้ชัดเจนหลังจากเทศกาลลอยกระทงจบลงในวันรุ่งขึ้นเราจะเห็นขยะจำนวนมหาศาลเป็นเศษกระทงทั้งที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและทำจากวัสดุเคมีสังเคราะห์ อย่างโฟม กระดาษ และพลาสติก ซึ่งเหล่านี้ใช้เวลาย่อยสลายหลายสิบปีเลยทีเดียว
เมื่อรู้และเข้าใจถึงปัญหาชัดเจนแล้ว คราวนี้เราลองมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาครั้งนี้กัน เริ่มจากลองคิดดูซิว่า จะทำกระทงแบบไหนดีที่ไม่ก่อให้เกิดขยะ และทำลายสิ่งแวดล้อม อาจจะมองหาสิ่งใกล้ตัวและเอามาดัดแปลง เป็นวิธีการทำกระทงแบบ DIY เน้นประหยัด ทำง่าย และให้คุ้มค่ามากที่สุด ตัวอย่าง การทำกระทง DIY แบบง่ายมากคือ กระทงน้ำแข็ง เพราะเมื่อน้ำเจอกับน้ำสักพักก็จะละลายหายไปไม่ก่อให้เกิดขยะแน่นอน วิธีทำก็แสนง่าย เอาน้ำใส่ขันแช่เย็นจนเป็นก้อนน้ำแข็ง แล้วใช้ดอกไม้ประดับด้านบน แค่นี้ก็สามารถเป็นกระทงรักษ์โลกได้แล้ว อีกตัวอย่างที่อยากแนะนำคือ กระทงจากเปลือกแตงโม เริ่มจากผ่าครึ่งลูกแตงโมง แล้วคว้านเอาเนื้อออกจนเหลือแต่เปลือก หาดอกไม้มาประดับสักหน่อย เท่านี้ก็จะได้กระทงแตงโมงหน้าตาน่ารัก ส่วนเนื้อแตงโมก็เอาแช่ตู้เย็นรับประทานชื่นใจ
นอกจากนี้ยังมีไอเดียการทำกระทงรักษ์โลกง่ายๆ จาก น้องแซ ตรีชฎา หวังพิทักษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารการตลาดมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่จะทำกระทงจากกะลามะพร้าว
"ปีนี้แซจะทำกระทงจากกะลามะพร้าว เนื่องจากจำนวนกะลามะพร้าวมีอยู่มากหาได้ไม่ยาก ทรงโค้งๆ ของกะลามะพร้าวจะช่วยทำให้กระทงลอยน้ำได้อย่างไม่ต้องกลัวจม และถ้าใครอยากจะประดับตกแต่งให้สวยงามก็สามารถทำได้ ที่สำคัญควรเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของกะลามะพร้าวก็คือ ไม่มีน้ำซึมเปียกเลอะเสื้อผ้า เหมือนกระทงปกติทั่วไปที่ทำจากหยวกกล้วย อีกทั้งราคากะลามะพร้าวยังสบายกระเป๋าสุดๆ ค่ะ"
ส่วนวัยรุ่นคนไหนที่ไม่ชอบออกไปเบียดเสียดกับคนข้างนอก น้องก้อย กฤชภร ผิวเหลือง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการสารสนเทศ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แนะนำว่า ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์จำนวนไม่น้อยที่สร้างแคมเปญรณรงค์การลอยกระทงออนไลน์ขึ้นมา เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เรียบง่าย ไม่ชอบออกไปพบปะกับผู้คนข้างนอกสักเท่าไหร่ โดยที่เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์นั้น ก็จะมีให้เลือกว่าจะลอยกระทงแบบไหน อธิษฐานว่าอะไร แล้วก็กดลอยกระทงได้เลย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยอนุรักษ์ประเพณีไม่ให้สูญหาย และยังช่วยลดปริมาณขยะที่จะตามมาภายหลังอีกด้วย เท่านี้เราก็จะได้ลอยกระทงตามแบบฉบับของคนออนไลน์แล้วค่ะ
ทั้งนี้ความสำคัญของประเพณีลอยกระทงนั้น ก็คือ การขอขมาต่อพระแม่คงคา การระลึกถึงความสำคัญของน้ำและการไม่ทำลายแหล่งน้ำ ให้ถือว่าเรามีความตั้งใจ และมีเจตนาดี วิธีการทำกระทงแบบ DIY ที่แนะนำไปนั้น จึงไม่น่าจะผิดประเพณีใดๆ หากแต่แค่เป็นการปรับวิธีเสียใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดผลดีกับสถานการณ์ในปัจจุบันนั่นเอง
จากตัวอย่างที่ได้แนะนำไปนั้น หวังว่าจะช่วยจุดประกายเล็กๆ ให้กับหลายคนได้ไม่มากก็น้อย ที่อยากจะริเริ่มหันมาใส่ใจและอยากมีส่วนในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และถึงแม้ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่และแก้ไขยาก แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็เชื่อว่าจะสามารถลดความสูญเสียและนำเอาความงดงามของประเพณีกลับมาได้ โดยต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อนเป็นอันดับแรก
ที่มา : ฐาปน คำทา Team Content www.thaihealth.or.th

ย้อนยุคสไตล์ฝรั่งเศสที่ Mont Blanc (เกษตร-นวมินทร์)


 วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ยังไม่มีแผนไปเที่ยวที่ไหน เราขอแนะนำ Mont Blanc ค่ะ
หากใครเคยติดใจในรสชาติอันกลมกล่อมของเค้กจากร้าน Mont Blanc ที่เชียงใหม่ คราวนี้คงต้องยิ้มแก้มปริกันแน่นอน เพราะวันนี้ We Recommend จะพาไปละเลียดเค้กรสดีจากต้นตำรับ ในบรรยากาศย้อนยุคสไตล์ฝรั่งเศส ที่ Mont Blanc สาขาใหม่ ย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ค่ะ
Vintage French Home Style
บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ด้วยการตกแต่งสไตล์กึ่งวินเทจที่หยิบเอาความคลาสสิกของลายพิมพ์แบบฝรั่งเศส มาผสมกลมกลืนกับโทนสีพาสเทลของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เก๋ไก๋ด้วยของประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่จัดวางอย่างลงตัว ชวนให้ใครหลายคนต้องมนต์เมื่อแรกเห็น
Sweet Treat with a Piece of Mont Blanc

เค้กฝรั่งเศสสไตล์ญี่ปุ่นถือเป็นคาแรคเตอร์เฉพาะของร้าน Mont Blanc ซึ่งผสมสานระหว่างตัวเค้กแบบฝรั่งเศสที่เนื้อนุ่มบางเบา เข้ากับการตกแต่งหน้าตาสไตล์ญี่ปุ่น และเมนูแรกที่ We Recommend อยากแนะนำให้ลอง คือ Mont Blanc (80 บาท) ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเอกของร้าน มาพร้อมเนื้อเค้กและครีมสดล้อมรอบด้วยมูสเกาลัด ท็อปด้วยชิ้นเกาลัดเชื่อม ให้รสชาติหวานมันกำลังพอดี ถัดมาเป็นนางเอกของร้าน Strawberry Shot Cake (80 บาท) เค้กครีมเนื้อนุ่ม ละมุนในลิ้นตั้งแต่คำแรกที่ทาน เพิ่มความหอมหวานด้วยสตรอว์เบอร์รี ตามติดมาด้วย Passion Fruit Mousse (85บาท) รสชาติเปรี้ยวหวานด้วยสตรอว์เบอร์รีมูสและเจลลี่ราสป์เบอร์รี โรยหน้าด้วยเสาวรส และที่ไม่อยากให้พลาดคือ Triple Chocolate (85บาท) เป็นการรวมตัวของมูสช็อกโกแลตทั้งสาม คือ มูสไวท์ช็อก, มูสมิลค์ช็อก และมูสดาร์คช็อก ราดด้วย Ganache ช็อกโกแลต ไล่สีสันหน้าตาและรสชาติออกมาได้อย่างลงตัว ตบท้ายด้วยเค้กเอาใจคนรักสุขภาพ Japan (85 บาท) เค้กสไตล์ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ เนื้อเค้กครีมชาเขียวบนพุดดิ้งนมถั่วเหลืองญี่ปุ่นรสชาติกลมกล่อม โรยหน้าด้วยเกาลัด ให้รสชาติเบา ๆ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ นอกจากนี้ยังมี Mango Rear Cheese Cake (80 บาท), Strawberry Mousse Red Berry (85 บาท) และ Macarons (ชิ้นละ 30 บาท) ที่น่าลิ้มลองไม่แพ้กัน
We Recommend ขอแนะนำว่า หากอยากทานเค้กฝรั่งเศสให้อร่อยถึงรสชาติ ต้องทานเค้กตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้นสุดท้ายในคำเดียวกัน เพื่อเข้าถึงรสชาติของทุกส่วนผสมที่รวมกันไว้อย่างพิถีพิถันค่ะ

Recommended Dishes
Mont Blanc
Strawberry Shot Cake
Passion Fruit Mousse
Triple Chocolate
Macarons
ที่ตั้ง: 888 ถนนประเสริฐมนูกิจ เสาปูนตอม่อที่ 240 แขวงคลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
โทร: 085-198-5089, 085-920-6093
เวลาเปิดบริการ: ทุกวันเวลา 10.00-20.00 น.
ราคาต่อท่านโดยประมาณ: 101-300 บาทต่อคน
สัญชาติอาหาร: ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส
ประเภทอาหาร: ชา-กาแฟ, เบเกอรี่
รูปแบบการให้บริการ: ร้านกาแฟ-อาหารว่าง
เหมาะสำหรับ: นั่งชิลๆ, นัดเดท
ที่จอดรถ: ลานจอดรถในบริเวณร้าน
facebook Page: http://www.facebook.com/MontBlancKasetNawamin

 ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก sanook.com ค่ะ

ชวนเที่ยวสามชุก ชม ชิม ชอป ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา



ใครเบื่อนอนเล่นอยู่บ้านและไม่อยากเข้าห้างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ลองขับรถไปเที่ยวนอกเมืองกันบ้าง อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นไง ไปเช้าเย็นกลับสบายๆ ระหว่างทางก็ชมทุ่งนาเขียวชะอุ่มเหมือนผืนพรมนุ่มๆ และต้นไม้ใหญ่สองข้างทางให้ชื่นตา
เลยจากตัวเมืองบนทางหลวงหมายเลข 340 จะเห็นป้ายเลี้ยวซ้ายข้ามแม่น้ำสุพรรณบุรี และเลี้ยวขวาอีกทีเข้า ตลาดร้อยปีสามชุก ถึงแล้วลงไปหาของกินที่มีให้เลือกมากมายทั้งข้าวห่อใบบัวเจ้าอร่อย
ก๋วยเตี๋ยวยำบกรสแซบ ร้านกาแฟเจ้าเก่ารสชาติเข้มข้น แล้วยังมีร้านบ้านโค้กที่โชว์ของสะสมจากโค้กซึ่งจัดแต่งไว้อย่างเก๋ไก๋ พิพิธภัณฑ์ของเก่าที่หาชมได้ยากและบ้านเก่าที่ยังเก็บรักษาไว้สวยงามสภาพดี ร้านขายยาจีนโบราณ ร้านถ่ายรูปเก่าแก่
เดินไปชิมไปหรือซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ไว้เติมหัวใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก โทร.0-3557- 2449



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก travel.sanook.com

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่


ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

santorini park ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

          หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน หรือเบื่อทะเล เซ็งภูเขา อยากหาสถานที่ท่องเที่ยวชิลล์ ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ ก็ลองมาสัมผัสกับแหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นก็คือ ภาพ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" (Santorini Park Cha-Am) ที่เที่ยว ที่ช้อป ที่ชิม รูปแบบใหม่ในหัวหิน-ชะอำ ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์สำหรับทุกเพศทุกวัยได้แน่นอน เอ้า! พร้อมแล้วก็ไปลุย ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า ...

          ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน–ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน Amused Shopping Experience หรือ "สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก" บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของ เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมสนุกไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ ที่นี่จะมอบสีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก ให้คุณประทับใจมิรู้ลืม



ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา
         
         เพราะเพียง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ และ 20 นาที จากหัวหิน คุณก็จะได้สัมผัสการช้อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าว โดยการรวมเอาร้านค้าชั้นนำสินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว งานศิลปะ สวนสนุก และความร่มรื่นของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการมาจากบรรยากาศสบาย ๆ ที่สวยงามของสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวบน เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ อีกทั้งต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ ก็ยังมีส่วนในการเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ดี

          รวมถึงกริมมิกต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บนเกาะซานโตรินี เช่น ทางเดินลายก้อนหินที่จะแทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการ ผสานเข้ากับลูกเล่นหลากหลายที่เสริมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ งานประติมากรรมที่ใช้สอยได้ เราจึงเชื่อว่าทุกมุมของ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการบันทึกภาพประทับใจอย่างมีความสุขในทุกบริเวณ

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

          สำหรับ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แบ่งเป็น 5 โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ได้แก่ โซนวิลเลจ (Village) ซึ่งได้รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอ็คเซสซอรี่ส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ อาร์ตแอนด์เดคคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญหากคุณมาเดินช้อปปิ้งในโซนนี้ จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ซึ่งทุกร้าน ทุกแบรนด์ จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ช้อป และคาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้ง

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

          โซนพาร์ค (Park) ที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการในมุม Bird’s eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี Merry Go Round หรือ ม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycles ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย

          และสำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้น ก็มีเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing, Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น7D สุดไฮเทค และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Water Ball เป็นความสนุกเพิ่มเติมที่จัดมาบริการฟรี!

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

          โซนอีเว้นท์ (Event) ซึ่งจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่าง ๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง และ 5,000 คนยืน โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใคร ในบรรยากาศตลาดนัดในสวน

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอํา

          ท้ายสุดกับ โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรจากจังหวัดทางภาคใต้มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยร้านอาหารที่รอพร้อมเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบาย ๆ ทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน

santorini park ชะอํา


          ทั้งนี้ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ เปิดบริการวันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู ส่วนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งแตเวลา 10.00 - 22.00 น. และเสียค่าบัตรผ่านประตูเพียงท่านละ 50 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมwww.santoriniparkchaam.comwww.facebook.com/SantoriniPark และtwitter.com/santorinipark 

          นั่นแน่! เริ่มอยากไปสัมผัสกับความอลังการ สวยงามของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แล้วล่ะซิ อะ ๆ จะรอช้าอยู่ทำไม หากมีเวลาก็ออกไปโลดแล่นชมความไฉไลของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

           
                   วันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้ ถ้ายังไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหน หรือยังไม่มีกิจกรรมอะไรทำ เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา



                          วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์มากที่สุดและเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังวัดแห่งนี้ จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคลนี้ คือเรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้ นอกจากนี้ บริเวณ รอบๆ ยังมีมีสวนหย่อมที่สวยงามให้พักผ่อนอีกด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวอยุธยาจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง


ประวัติ
                          วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ..1900 สมเด็จพระเจ้าอู่ทองได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาเผาที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว ต่อมาคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วบวชเรียนมา จากสำนักรัตนมหาเถระ ในประเทศศรีลังกา คณะสงฆ์นี้ได้เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทำให้ผู้คนต่างมาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะป่าแก้วมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน มีตำแหน่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ
                            เรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของวัดป่าแก้วมีอยู่ว่า อุโบสถของวัดเคยเป็นที่ซึ่งคณะคิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์มาประชุมเสี่ยงเทียนอธิษฐาน ครั้งนั้นได้รับผลสำเร็จจึงอัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พ.. ๒๑๐๔ ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาจักรพรรดินั้นเอง ได้มีพระบรมราชโองการให้เอาสังฆราชวัดป่าแก้วไปสำเร็จโทษ ฐานฝักใฝ่ให้ฤกษ์ยามแก่ฝ่ายกบฎพระศรีศิลป์
.. ๒๑๓๕ ในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า จึงทำให้เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อวัดใหญ่ชัยมงคล





จุดที่น่าสนใจ
                              
เจดีย์ชัยมงคล อนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรบชนะ มังกะยอชวา พระมหาอุปราชของหงษาวดี ที่ต.หนองสาหร่าย จ.สุพรรณบุรีในครั้งนั้นพม่าได้ยกทัพเข้ามาในขอบขันฑสีมาสมเด็จพระนเรศวรฯ และสมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระอนุชาจึงได้นำทัพไปรับศึก และได้ขับช้างเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึกที่คอยระดมยิงปืนเข้าใส่พระและพระคชาธาร โดยที่เหล่าแม่ทัพนายกองวิ่งตามพระองค์มาไม่ทัน พระองค์จึงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีกษัตริย์ที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว พระอุปราชของพม่าจึงไสยช้างออกมากระยุทธถีด้วยกัน ในการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงใช้พระแสงพลผ่ายฟาดฟันพระอุปราชขาดตะพายแล่ง เมื่อกลับมาสู่พระนครแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษเหล่าทหารที่ตามพระไปไม่ทันตอนกระทำศึกยุทธหัตถี ซึ่งมากฏระะเบียบแล้วต้องโทษถึงขึ้นประหารชีวิต ช่วงเวลาที่รออาญาสมเด็จพระพันรัตน พระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ 25 รูปได้ขอให้พระนเรศวรพระราชทานอภัยยกเว้นโทษให้กับทหารเหล่านั้น โดยให้เหตุผลว่าพระองค์เปรียบดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แวดล้อมด้วยหมู่มารก่อนที่จะตรัสรู้ เป็นการประกาศเกียรติและบารมีความกล้าหาญและเก่งกาจของพระองค์ให้ขจรกระจายไปทั่วแคว้นทั่วแผ่นดิน  สมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความมีน้ำพระทัยของพระองค์ ที่มีต่อเหล่าทหารเหล่านั้น และพระะราชทานนามว่า เจดีย์ชัยมงคล

                               พระอุโบสถ   เดิมสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐานรวมทั้งประกอบพิธีกรรมต่างๆ พระอุโบสถหลังนี้เคยถูกใช้เป็นสถานนัดพบของเหล่าขุนนาง นำโดยขุนพิเรนทร์และพรรคพวก ซึ่งมาเสี่ยงเทียนเพื่อจะนิมิตหมายในการไปปราบขุนวรวงค์และท้าวศรีสุดาจันทร์ วิธีการเสี่ยงเทียนคือฟั่นเทียนขึ้นมา 2 เล่ม เล่มหนึ่งแทนตัวขุนวรวงค์ษา กษัตริย์ที่นักวิชาการหลายท่านไม่นับรวมว่าเป็นหนึ่งในกษัตริย์อยุธยา เทียนอีกเล่มแทนตัวพระเฑียรราชา หน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์อันหลบหลีกปัยหาการแย่งชิงบังลังก์ และไปบวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐาน และจุดเทียนขึ้นพร้อมกัน แต่เทียนเล่มที่เป็นตัวแทนของขุนวรวงค์ษามีเหตุให้ดับลงก่อนจึงถือว่าการล้มล้างจะเป็นผลสำเร็จ ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ส่วนที่เป็นองค์ประธานเป็นพระพุทธรูป ซึ่งมีลักษณะเด่นจากที่อื่น คือ ปั้นด้วยหินทรายตลอดทั้งองค์ ส่วนที่เป็นจีวรถูกลงรักปิดทองประดับแก้ว ส่วนที่ไม่ใช่จีวรนั้นว่างเว้นเห็นเป็นเนื้อทรายที่สวยงาม ส้รางขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ลักษณะเป็นปางมารวิชัยหรือปางมารสะดุ้ง


วิหารพระพุทธไสยาสน์   เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าด้านในก็จะพบวิหารพระพุทธไสยาสน์อยู่ทางซ้ายมือ ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งสร้างขึ้นในแผ่นดินของสมเด็จพระนเรสวรมหาราช เพื่อใช้เป็นที่สักการะบูชา และปฏิบัติพระกรรมฐาน พระพุทธรูปองค์นี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ในปี พ.ศ.2508 รูปแบบอาคารเป็นลักษณะวิหารสันนิษฐานว่ามีประตูทางเข้าอยู่ 2 ช่องทาง ด้านทิศเหนือ (ปัจจุบันได้สูญสิ้นหมดแล้ว) ภายในอาคารมีหน้าต่างสี่เหลี่ยมเพียง 4 บาน เสาของอาคารเป็นลักษณะกลมปรากฏร่องรอยบัวหัวเสาที่ประดับอยู่บนยอด องค์พระประธานของวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออกอันเป็นด้านหน้าของวัด ภายหลังได้รับการปฏสังขรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปจากมุมนี้ออกไปสู่วิวด้านหลังที่เห็นเป็นองค์เจดีย์ชัยมงคล ซึ่งตั้งตะหง่านอยู่อย่างยิ่งใหญ่ เดินต่อไปตามทางเดินก็จะพบศาลเจ้าพ่อสิทธิชัยซึ่งตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

การเดินทาง
                                  หากเดินทางมาจากกรุงเทพฯโดยใช้ถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าอยุธยา ตรงเข้ามาจะพบวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ให้เลี้ยวไปอีก 1.5 กม. วัดใหญ่ชัยมงคลจะอยู่ทางซ้ายมือ

เปิด 8.30 - 16.30 น.       คนไทยเข้าฟรี  ชาวต่างชาติเสีย  20 บาท


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก  watboran.wordpress.com